AWARDS • MONEY & BANKING AWARDS

รางวัลเกียรติยศ บริษัทยอดเยี่ยม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 2565 บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย)

บทความโดย:

“2 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าเป็นปีทองของศรีตรังโกลฟส์อย่างแท้จริงไม่ว่าจะเป็นด้านรายได้หรือกำไรสุทธิ ที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์และจากความสำเร็จนี้ ขอรับปากกับผู้ถือหุ้นว่านโยบายการจ่ายปันผลจะยังคงไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นสิ่งที่ศรีตรังโกลฟส์ ให้ความสำคัญและถือเป็นสิ่งแทนคำขอบคุณให้ผู้ถือหุ้นทุกคนที่ไว้วางใจมาโดยตลอด”

รางวัลเกียรติยศ

บริษัทยอดเยี่ยม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 2565

Best Public Company Consumer Products Industry 2022

 

จริญญา จิโรจน์กุล

กรรมการผู้จัดการใหญ่

บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย)

 


บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล บริษัทยอดเยี่ยม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 2565 (Best Public Company - Consumer Products Industry 2022) ด้วยความชำนาญและความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจในด้านถุงมือยาง ผนวกกับการรักษามาตรฐานของคุณภาพผลิตภัณฑ์มาตลอดกว่า 20 ปี

จริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความรู้สึกที่ได้รับรางวัลว่า ขอขอบคุณ “วารสารการเงินธนาคาร” ที่เห็นความตั้งใจในการทำงานของศรีตรังโกลฟส์ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นความภาคภูมิใจของทีมผู้บริหารและพนักงานทุกคนที่ตั้งใจทำงานตลอดมา จนได้รับรางวัลติดกันถึง 2 ปีซ้อน ซึ่งทุกคนในบริษัทจะใช้ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นแรงผลักดันในการทำงานเพื่อให้องค์กรมีความยั่งยืนทางธุรกิจต่อไปในอนาคต

 

ใช้ความชำนาญรักษามาตรฐาน

ใช้เทคโนโลยีเพิ่มคุณภาพการผลิต

จริญญากล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระตุ้นให้เกิดความต้องการด้านถุงมือยางมากกว่าปกติหลายเท่าจนไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาด ประกอบกับความชำนาญในการทำธุรกิจของศรีตรังโกลฟส์ที่เป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจถุงมือยางกว่า 20 ปีได้รักษามาตรฐานของคุณภาพผลิตภัณฑ์จนเป็นที่พอใจลูกค้าเสมอมา จึงเป็นส่วนกระตุ้นธุรกิจของศรีตรังโกลฟส์ประสบความสำเร็จขึ้นอีกขั้น

“2 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าเป็นปีทองของศรีตรังโกลฟส์ อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นด้านรายได้หรือกำไรสุทธิที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์และจากความสำเร็จนี้ ขอรับปากกับผู้ถือหุ้นว่านโยบายการจ่ายปันผลจะยังคงไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นสิ่งที่ศรีตรังโกลฟส์ให้ความสำคัญและถือเป็นสิ่งแทนคำขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกคนที่ไว้วางใจมาโดยตลอด”

ปัจจัยอีกประการที่ช่วยให้ศรีตรังโกลฟส์ประสบความสำเร็จคือ การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ นำระบบอัตโนมัติมาใช้ในการผลิต สามารถประหยัดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายและเวลาได้รวมถึงได้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้วางระบบการจัดการทั้งเชื้อเพลิง คุณภาพอากาศและคุณภาพน้ำ ไม่ให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมรอบข้างโรงงานมาโดยตลอด

 

ปูพรมขยายตลาด Emerging Market

ดันถุงมือผ่าตัดชิงส่วนแบ่งตลาดไทย

จริญญากล่าวเสริมว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจต่อจากนี้แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายไปในทางที่ดี รัฐบาลมีนโยบายเปิดประเทศเต็มตัวมากขึ้น รวมถึงในช่วงการแพร่ระบาดหลายประเทศเริ่มสต๊อกถุงมือยางจำนวนมากจึงทำให้ความต้องการถุงมือยางในระยะสั้นนั้นอาจชะลอตัวลงบ้าง

ส่วนภาพรวมระยะยาวคาดว่าถุงมือยางยังมีความต้องการในตลาดอยู่อีกหลายด้าน หลายประเทศทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงความสำคัญด้านสุขภาพโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่(Emerging Market) เริ่มมีการกำหนดอุปกรณ์สำหรับสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ทำให้ศรีตรังโกลฟส์เห็นถึงโอกาสใหม่ในการขยายตลาดไปสู่กลุ่มประเทศ ละตินอเมริกา แอฟริกา และเอเซียตอนใต้ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มประเทศ Emerging Market ที่มีอัตราการเติบโตที่สูงอยู่

นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์ของศรีตรังโกลฟส์เน้นไปที่ถุงมือยางธรรมชาติชนิดมีแป้งและไม่มีแป้ง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่บริษัทมั่นใจว่ามีความได้เปรียบคู่แข่งทุกด้าน ไม่ว่าด้านองค์ความรู้และการเข้าถึงวัตถุดิบประสบการณ์ในการผลิต ในขณะที่ภาพรวมตลาดโลกนั้น ส่วนใหญ่จะแข่งขันสูงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ถุงมือยางสังเคราะห์ทำให้ศรีตรังโกลฟส์เห็นช่องว่างในการผลักดันถุงมือยางธรรมชาติซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทไปสู่ตลาดโลกที่ยังไม่มีการทำตลาดถุงมือยางธรรมชาติมากนัก

“ปัจจุบันฝ่ายการตลาดของศรีตรังโกลฟส์ได้เริ่มลงพื้นที่สำรวจตลาดในประเทศต่างๆ ในหลายภูมิภาค รวมถึงได้ร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในงานจัดแสดงสินค้าทั่วโลก  เพื่อปูทางการขยายตลาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

ด้านตลาดในประเทศไทยนั้นได้เริ่มมองหาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ในการการทำตลาด ซึ่งในปัจจุบันศรีตรังโกลฟส์กำลังพัฒนาถุงมือผ่าตัดและมีกำหนดวางจำหน่ายภายในปลายปี 2565โดยอยู่ในระหว่างดำเนินการลงทะเบียนผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายและเป็นไปตามมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนด ซึ่งหลังจากเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยแล้วได้มองถึงอนาคตที่ส่งถุงมือผ่าตัดไปขายในตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน โดยช่วงแรกอาจจะเริ่มทำตลาดในกลุ่มอาเซียนก่อน

จริญญากล่าวว่า ความท้าทายของการทำตลาดถุงมือผ่าตัดจะแตกต่างจากผลิตภัณฑ์เดิมของศรีตรังโกลฟส์เนื่องจากเป็นตลาดใหม่และถุงมือผ่าตัดมีคุณภาพและต้นทุนที่สูงกว่าถุงมือยางเกรดทั่วไป ซึ่งในไทยถุงมือผ่าตัดนำเข้าจากต่างประเทศเกือบ 100% ทำให้ต้องสำรวจตลาดใหม่ทั้งหมด แต่ศรีตรังโกลฟส์ยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องของชื่อเสียงและฐานลูกค้าเดิมที่อยู่ในวงการแพทย์และสาธารณสุข จึงคิดว่าการเจาะตลาดถุงมือผ่าตัดนั้นจะเป็นไปได้ด้วยดี

 

ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิต 20%

ควบคู่การสร้างธุรกิจเพื่อสังคม

จริญญากล่าวว่า ในปี 2564 บริษัทมีกำลังผลิตอยู่ที่ 4 หมื่นล้านชิ้นต่อปี ในปัจจุบันได้ลงทุนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทเพื่อตั้งเป้าขยายการผลิตให้ได้ 4.8 หมื่นล้านชิ้นต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 20% ภายในสิ้นปี 2565

อย่างไรก็ตาม ด้านยอดขายนั้นยังคาดการณ์ได้ยาก เพราะทิศทางของดีมานด์ยังไม่ชัดเจน ด้านตลาดโลกก็เกิดสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนขึ้น ส่งผลให้ความต้องการในอุปกรณ์สาธารณสุขอาจเพิ่มขึ้น รวมถึงเทรนด์ที่หลายประเทศให้ความสำคัญในด้านสุขภาพมากขึ้น เห็นได้จากหลายสถานที่ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม ยังมีความต้องการถุงมือยางอยู่ ดังนั้น จากการคาดการณ์เบื้องต้นคาดว่ายอดขายไม่น่าจะต่ำกว่าในปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

“หากย้อนดูผลการดำเนินการย้อนหลังของศรีตรังโกลฟส์ในช่วงก่อนการแพร่ระบาด จะเห็นว่าบริษัทโตขึ้นปีละ 10-12% ซึ่งเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาการทำธุรกิจนั้นมีปัจจัยที่สนุบสนุนความต้องการในถุงมือยางอยู่เรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้มั่นใจว่า ในระยะยาวบริษัทยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเช่นเดิม แม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดจะจบลงแล้วก็ตาม”

อีกส่วนที่ศรีตรังโกลฟส์ให้ความสำคัญในควบคู่กับการขยายกิจการคือการให้ความใส่ใจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้คอนเซ็ปต์ “CLEAN WORLD CLEAN GLOVES” ตั้งแต่การสรรหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่สะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้แรงงานที่ถูกกฎหมายให้ค่าจ้างที่เหมาะสมรวมไปถึงคู่ค้าใน Ecosystem ของศรีตรังโกลฟส์ก็ต้องเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยเช่นกัน

“โปรดักส์ของศรีตรังโกลฟ์ ยังคงผลิตทั้งถุงมือยางธรรมชาติ และถุงมือยางสังเคราะห์แต่จะเน้นไปที่ ถุงมือยางธรรมชาติ ที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายกว่า โดยเรายังมีถุงมือยางธรรมชาติ ชนิดโปรตีนต่ำที่ช่วยลดโอกาสที่อาจเกิดการระคายเคืองสำหรับ บางคนที่แพ้โปรตีนในยาง รวมถึงสามารถมั่นใจได้ว่าถุงมือยาง ของศรีตรังโกลฟส์ ทุกชิ้นสามารถทำหน้าที่ในการปกป้องมือ ของผู้สวมใส่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่แน่นอน”