WEALTH BEING • GOLD

เฟดจับตาผลกระทบโคโรนา กดดันราคาทองอ่อนตัว

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินแนวโน้มทองคำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ว่านายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวต่อสภาคองเกรสว่า เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในเกณฑ์ขยายตัวในระดับปานกลาง ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพ แต่ก็ระบุถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งเฟดจับตาความเสี่ยงจากผลกระทบที่เป็นไปได้อย่างใกล้ชิด แม้ว่าจะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ราคาทองคำก็มีแรงขายกดดันให้อ่อนตัวลงมาบ้าง ประกอบกับ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเริ่มผ่อนคลายลง หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนเริ่มชะลอตัวลง และความเห็นของที่ปรึกษาทางการแพทย์ระดับสูงของจีน ระบุว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาในจีนอาจสิ้นสุดลงภายในเดือนเม.ย. สอดคล้องกับตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ชะลอตัวลง ทั้งนี้ ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า วัคซีน ล็อตแรกสำหรับการป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้น พร้อมที่จะนำออกมาใช้ในอีก 18 เดือนข้างหน้า ซึ่งสนับสนุนทัศนะบวกดังกล่าวเพิ่มเติม แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 7 ติดต่อกันในวันพุธ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังรอจับตาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสดังกล่าวว่ามากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ นายโรเบิร์ต โอไบรเอิน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติทำเนียบขาวระบุว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาอาจทำให้จีนซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรสหรัฐลดลงในปีนี้ภายใต้ข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ที่ลงนามโดย 2 ประเทศ  ความไม่แน่นอนของการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนจากการระบาดของไวรัสโคโรนาในครั้งนี้ ยังคงหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนติดตาม รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (CPI) โดยมีกำหนดเปิดเผยในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อของเฟด ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า CPI จะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน ม.ค. หลังปรับขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. การปรับขึ้นรายเดือนในดัชนี CPI ชะลอตัวลงนับตั้งแต่ปรับขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ย. และ 0.4% ในเดือนต.ค. สร้างโอกาสที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลงในอนาคต ประกอบกับ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐย้ำคำวิจารณ์ของเขาที่ว่า เฟด ทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเกินไป  ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นทำให้ส่งออกยากปธน.ทรัมป์ระบุในทวิตเตอร์   ทั้งนี้ ราคาทองคำมีการเคลื่อนไหวในกรอบ หลังจากราคาปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมา แนะนำนักลงทุน รอจังหวะซื้อเมื่อราคาทองคำไหลลงสู่แนวรับสำคัญเท่านั้น น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ พร้อมปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดปัจจุบัน

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำให้รอการตั้งฐานของราคาทองคำ แต่สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำให้รอจังหวะซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,559-1,556 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรเมื่อราคาทองคำดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านได้ให้รอขายทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนให้ติดตามการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นนี้ หากราคายังไม่สามารถรักษาระดับอยู่ได้ให้ระมัดระวังการปรับตัวลงของราคาทองคำอีกครั้ง


ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,556 (22,950บาท)             1,547 (22,800บาท)                     1,535 (22,650บาท)            

แนวต้าน          1,576 (23,250บาท)             1,589 (23,450บาท)                     1,602 (23,650บาท)            

               

GOLD FUTURES (GFG20)

แนวรับ            1,556 (23,090บาท)             1,547 (22,950บาท)                     1,535 (22,770บาท)            

แนวต้าน          1,576 (23,390บาท)             1,589 (23,580บาท)                     1,602 (23,770บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOH20)

แนวรับ            1,562 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,553 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,541 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,595 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์