WEALTH • STOCK - DERIVATIVES

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะสะสมหุ้นเซมิคอนดักเตอร์

 DBS คาดว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้าใกล้จุดสูงสุด (Peak) แล้ว และจะเข้าสู่วัฏจักรขาลง (Cyclical Downturn) ไม่นานจากนี้ แต่เราเห็นเป็นจังหวะในการเข้าสะสมหุ้นกลุ่มนี้เมื่อราคาปรับลดลง เพราะแนวโน้มระยะยาวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังคงแข็งแกร่ง (Strong Secular Trend)

รายงานของ DBS ชี้ว่า ตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลก กำลังเข้าสู่วัฏจักรขาลงในช่วงสั้น โดยปัจจัยถ่วงคือดีมานด์ที่อ่อนแอลง ซึ่งเป็นผลมาจากทิศทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัวจากปัญหาเงินเฟ้อสูงและมาตรการการเงินที่กำลังเข้มงวดขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป

ในขณะที่ดีมานด์เซมิคอนดักเตอร์กำลังชะลอลง แต่ซัพพลายเซมิคอนดักเตอร์กลับกำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งลงทุนเนื่องจากภาวะการขาดแคลนชิปคอมพิวเตอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความไม่สมดุลของภาวะตลาดดังกล่าว เป็นหนึ่งในสัญญาณว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังใกล้จุดสูงสุด ซึ่งจะตามมาด้วยวัฏจักรขาลง

อย่างไรก็ดี แนวโน้มระยะยาวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังคงแข็งแกร่ง เพียงแต่กำลังเผชิญกับวัฏจักรระยะสั้นที่เป็นผลมาจากความไม่สมดุลของดีมานด์และซัพพลาย โดย DBS ชี้ว่า ผลกระทบที่มาจากกรณีอุปทานส่วนเกิน (Excess Supply) จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรุนแรงกว่า เพราะโครงการลงทุนใหม่ๆ จะทำให้อุปทานหรือซัพพลายเพิ่มขึ้นในปริมาณที่มาก และจะทำให้เกิดภาวะล้นตลาดในระยะหนึ่ง ซึ่งก็จะทำให้ราคาชิปคอมพิวเตอร์ปรับลดลง เป็นปัจจัยลงต่ออุตสาหกรรม

แนวโน้มซัพพลายกำลังเพิ่มขึ้นจากการลงทุนใหม่ๆ ด้วยแรงผลักดันจากแนวนโยบายของชาติตะวันตก ทั้งสหรัฐและยุโรป ซึ่งภาครัฐได้ผลักดันให้ตั้งฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศอื่น เพราะภาวะการขาดแคลนชิปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายให้กับหลายอุตสาหกรรมเป็นจำนวนเงินมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมรถยนต์

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกกฎหมายให้เงินสนับสนุนการลงทุนผลิตชิปคอมพิวเตอร์ในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงด้านซัพพลาย เนื่องจากชิปคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ของโลกในปัจจุบันนี้ผลิตในเอเชีย นำโดย ไต้หวัน เกาหลีใต้ และจีน

 DBS ชี้ว่า ในระยะยาว อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง (Strong Secular Trend) หนุนโดยการเข้าสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งเทคโนโลยีมีการพัฒนาและขยายตัวอย่างกว้างขวางไปในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้ใช้งาน เช่น อุตสาหกรรม Cloud Computing ซึ่งขยายตัวไปตามการใช้งานของ Application ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงินการลงทุน การบริการ การบันเทิง เป็นต้น

มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) มาใช้อย่างหลากหลายมากขึ้น มีการพัฒนาการใช้งานของ Virtual Reality หรือการสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงทั้งในอุตสาหกรรมบันเทิง การพาณิชย์ การแพทย์ เป็นต้น เราเห็นการขยายตัวของระบบ 5G การเติบโตของตลาดยานยนต์พลังงานทางเลือก การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ เป็นต้น ซึ่งพัฒนาการเหล่านี้มีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่งในระยะยาว

ผลประกอบการกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในไตรมาส 2/2565 โดยมี “จำนวนบริษัท” ที่รายงานผลประกอบการดีกว่าคาดในสัดส่วนประมาณ 67% ของทั้งหมด ซึ่งลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งมีบริษัทรายงานสูงกว่าคาดถึง 73% ของจำนวนบริษัทในอุตสาหกรรม ในส่วนของตัวเลข “ยอดขายและกำไร” ของอุตสาหกรรมในไตรมาส 2/2565 กลับต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด

โดยยอดขายต่ำกว่าคาด 1.5% และกำไรต่ำกว่าคาด 3.8% ในขณะที่ไตรมาสก่อนหน้านั้น ทั้งยอดขายและกำไรออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด โดยในไตรมาส 2/2565 นั้น ผู้บริหารบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ได้กล่าวถึงปัจจัยกระทบต่อผลประกอบการคือดีมานด์เซมิคอนดักเตอร์ที่อ่อนแอลง

ในด้านของซัพพลายนั้น มีสัญญาณที่ชี้ว่าจะมีซัพพลายเข้ามามากถึง 3 ปัจจัยด้วยกันคือ (1) “มูลค่าการลงทุน” ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในปัจจุบัน กำลังอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (2) “อัตราส่วนการลงทุนต่อยอดขาย” หรือ capex to sales ratio กำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายความว่า การลงทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของยอดขาย (3) “ระดับสินค้าคงคลังเทียบกับยอดขาย” ในปัจจุบันกำลังเพิ่มขึ้นมาใกล้จุดสูงสุดเดิมที่ 120 วัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไตรมาส 1/2562 โดยอัตราส่วนนี้สะท้อนภาพว่าซัพพลายในระดับบริษัทกำลังเพิ่มขึ้นมากกว่าดีมานด์

สำหรับมุมมองจากผู้ประกอบการนั้น ผู้บริหารบริษัทเซมิคอนดักเตอร์หลายแห่งชี้ว่า การเติบโตมีสัญญาณชะลอลงในกลุ่มคอมพิวเตอร์บุคคลและโทรศัพท์มือถือ แต่การเติบโตยังมีทิศทางแข็งแกร่งจากกลุ่มยานยนต์และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งกลุ่มหลังนี้มีสัดส่วนประมาณ 20% ของดีมานด์โดยรวม ส่วนผู้บริหารของ Micron Technology ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำในตลาดก็ได้ออกมาเตือนว่า ดีมานด์โดยรวมของตลาดเซมิคอนดักเตอร์มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีกในช่วงปลายปี 2565

DBS คาดว่า ตลาดจะมีการปรับลดประมาณการผลประกอบการกลุ่มบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ลงอีก เพราะเศรษฐกิจชะลอตัว ดีมานด์อ่อนลง ซึ่งทำให้แนวโน้มหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จะมีความผันผวนเพิ่มขึ้น แต่แนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะที่หุ้นอ่อนตัวลง เข้าสะสมหุ้นกลุ่มนี้เพื่อรับวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ (Upcycle) เนื่องจากประเมินแล้วว่า แนวโน้มใหญ่ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังเป็นบวก

 

แนวทางการลงทุน - DBS ให้คำแนะนำหุ้นดังต่อไปนี้

        1. Taiwan Semiconductor Manufacturing (TSM US)

        2. Broadcom Inc (AVGO US)

        3. ASML Holding NV ADR (ASML US)

        4. Qualcomm Incorporated (QCOM US)

        5. NVIDIA Corporation (NVDA US)

ความเสี่ยง - การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน กฎเกณฑ์ทางการที่เปลี่ยนแปลงไป ความเสี่ยงจากภาวะตลาดและอุตสาหกรรม เป็นต้น การลงทุนในอุตสาหกรรมเฉพาะมีความเสี่ยงกว่าตลาดโดยรวม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและบทวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจลงทุน