NEWS UPDATE • CRYPTOCURRENCY

Forward ปิดดีลระดมทุนจาก Kyber Ventures ชี้ DeFi จะเป็นคำตอบโลกการเงินยุคใหม่

นายชานน จรัสสุทธิกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Forward เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปิดดีลระดมทุนเพิ่มเติมว่า ล่าสุด Kyber Ventures ได้ร่วมลงทุนใน Forward โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในอุตสาหกรรม DeFi (ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์) ด้วยมองว่าวิกฤตของอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี่ที่เกิดขึ้นในรอบปีนั้นส่วนใหญ่มาจาก CEX (Centralised Exchange) หรือแพลตฟอร์มธุรกิจแบบรวมศูนย์ เช่น FTX  

“ในขณะที่ Forward เป็น DeFi แพลตฟอร์ม ที่ออกแบบสำหรับ Web3 ที่จะเป็นอินเตอร์เน็ตยุคใหม่แบบกระจายศูนย์ ซึ่งตัดการจัดการจากส่วนกลางแบบดั้งเดิมที่รับมือกับความเสี่ยงได้น้อย มีความผิดพลาดของมนุษย์และมีช่องโหว่ให้เกิดธุรกรรมแบบไม่โปร่งใสได้มากกว่า” 

“ดังนั้นระบบการเงินแบบกระจายศูนย์หรือ DeFi จึงน่าจะเป็นอีกคำตอบนึงของโลกการเงินยุคใหม่ในโลกของคริปโทที่ต้องเน้นความถูกต้องทางบัญชี และความปลอดภัยในสินทรัพย์ของนักลงทุนเป็นหลักรวมถึง สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ที่ทุกคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” นายชานน กล่าวเพิ่มเติม

ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา Forward ให้มุมมองต่อสถานการณ์ตลาดคริปโทโดยรวมว่า ตลาดคริปโทในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้านี้จะเป็นอย่างไร หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ CPI เดือน พ.ย. +7.1% YoY ซึ่งต่ำกว่าคาด และ FED ก็ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ซึ่งไม่ aggressive เหมือน 3-4 เดือนที่ผ่านมา

การที่อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในการจัดการกับเงินเฟ้อ รวมไปถึงการผ่อนคลายความกังวลในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นผลที่ดีต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งหุ้นและคริปโท ซึ่งจะเห็นว่าตลาดหุ้นใน US ทั้ง S&P, Dow, Nasdaq ต่างปรับตัวเป็นบวก รวมถึงราคา BTC 1.6% ทันทีในหนึ่งนาทีหลังจากประกาศ ไปที่ราคา $17,915  และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องราวๆ 5% ในรอบวัน ในขณะที่ ETH ก็วิ่งขึ้นเกือบๆ 7% เช่นกัน รวมถึงราคาของ Altcoins ต่างๆ โดยรวม ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของนักวิเคราะห์หลายๆ คน รวมถึงการแสดงออกของ FED เราน่าจะยังเห็นการบังคับใช้มาตรการแบบเข้มข้น ไปอีกซักพัก ซึ่งอาจจะยาวไปถึงกลางปีหน้า ซึ่งอาจจะทำให้ดอกเบี้ยขึ้นไปจนถึง 5.1-5.25% กว่าที่ FED จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการลง

คาดการณ์สถานการณ์ตลาดคริปโตในปี 2566 อย่างไร 

สถานการณ์ในปีหน้า น่าจะยังคงต้องระมัดระวัง และจับตามองอย่างใกล้ชิด เราน่าจะยังไม่สามารถเห็นการฟื้นตัวของราคาที่ปรับเป็นขาขึ้น อย่างน้อยก็ในครึ่งปีแรก เนื่องจากทั้งความกดดันของมาตรการของ FED ที่ยังคงอยู่ รวมไปถึงความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาจากการล่มสลายของ FTX และ Alameda Research  

นักลงทุนจำนวนมากยังมีความกังวลกับโดมิโน่ที่จะตามมา รวมถึงยังไม่มีความมั่นใจในผู้เล่นเจ้าใหญ่ต่างๆ ว่ายังมีความสูญเสียที่ซ่อนไว้อยู่อีกหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น Genesis แพลตฟอร์มที่เป็น Prime Broker ขนาดใหญ่ในวงการคริปโทของโลก ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องจากทั้งการที่มีเงินติดอยู่ใน FTX และมีการปล่อยกู้จำนวนมากให้กับ Alameda นอกจากนี้ Genesis เองก็มีธุรกรรมมากมายกับสถาบันต่างๆ ทั้งในและนอกกลุ่มคริปโท

มากกว่านั้นยังมี Greyscale ที่เป็น Bitcoin Trust ที่ครอบครอง BTC อยู่ถึง 3% ของ BTC ทั้งโลก ที่เปิดให้นักลงทุนสถาบันจำนวนมากสามารถเข้ามาถือ BTC ได้ ซึ่งสูญเสียความเชื่อมั่น และไม่ยอมที่จะแสดงหลักฐานของการถือ BTC ซึ่งทำให้ราคา BTC ที่เป็นหน่วยลงทุนของ Greyscale ลดลงต่ำกว่าตลาดถึง 45% ทั้งๆ ที่เคยมีราคาสูงกว่าตลาดมาโดยตลอด ซึ่งทั้ง Grayscale และ Genesis ต่างเป็นบริษัทลูกของ Digital Currency Group (DCG) บริษัทยักษ์ทางฝั่งคริปโทที่เป็นผู้ลงทุนในมากกว่า 160 บริษัททั่วอุตสาหกรรม ซึ่งรวมไปถึง Coinbase, Coindesk, และ Ledger การที่เกิดความไม่แน่นอน ในทั้งสองบริษัทลูก บวกกับการที่มีข่าวการกู้ยืมกันระหว่างบริษัทลูกและบริษัทแม่ ยิ่งเป็นแรงกดดันที่ทำให้เกิดความไม่ไว้ใจในบัญชีของ DCG

  • คำแนะนำนักลงทุน

            การลงทุนในปีหน้าช่วงต้นปี คงยังต้องทำด้วยความระมัดระวัง จากแรงกดดันตลาดต่างๆ  รวมถึงความเป็นไปได้ในการผลุดขึ้นมาของบริษัทต่างๆ ที่ซุกปัญหาไว้ใต้พรม เราน่าจะได้เห็นบทเรียนจากตลาดแล้วว่า เรื่องเซอร์ไพรซ์ต่างๆ เกิดขึ้นได้เสมอ Exchange ที่ใหญ่อันดับสองของโลก ยังล่มสลายได้ในสามวัน ราคา Token FTT ที่ลดลงเกือบจะ 100% ในเวลาอันสั้น สิ่งเหล่านี้น่าจะตอกย้ำถึงความเสี่ยง และความไม่แน่นอนในตลาด การบริหารความเสี่ยง ไม่ลงทุนหรือเก็งกำไรจนเกินตัว น่าจะเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับตลาดในครึ่งปีหน้า

  • มูลค่าซื้อขายรวมของตลาดในรอบ 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565) อ้างอิง CoinMarket Cap

            มูลค่ารวมของตลาด crypto อยู่ที่ 36.08 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 9.21% ขณะที่มูลค่ารวมของตลาด DeFi ปัจจุบันอยู่ที่ 1.71 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 4.74% ของตลาด crypto ทั้งหมด 

            มูลค่าของเหรียญที่มีเสถียรภาพทั้งหมดอยู่ที่ $33.21พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น 92.04% ของตลาด crypto ทั้งหมด

            Bitcoin ในปัจจุบันครองตลาดอยู่ที่ 39.98% เพิ่มขึ้น 0.11% 

*การตอบคำถามทั้งหมดเกิดจากความคิดเห็น ข้อมูล และประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ตอบ ไม่ได้สะท้อนมุมมองของบริษัท และไม่ได้เป็นการแนะนำการลงทุน